Tuesday, February 21, 2012

Saturday, February 11, 2012

หลักของศาสดา

เออ...พอย้อนมาดูการตลาด ของสองบริษัท เมื่อก่อน Sony พยามยามบังคับให้คนใช้ผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ตั้งแต่ walkman> Wi-o > component> bravia> cyber shot> Play station> memory stick คุณต้องมีนี้โน้นนั้น แต่การสื่อสารของ sony ที่มีต่อผู้ใช้ ทำให้คนรู้สึกเหมือนถูกบีบบังคับ ผลที่ตามมาคือการต่อต้าน ผู้คนเบื่อหน่ายและต้องการหลุดพ้นจากอารยธรรม sony และทำให้ sony ล้มไม่เป็นท่า

ส่วน apple ใช้หลักการ ต้อนมาทีละนิด ประนีประนอม เริ่มจากตัว macที่ทำมาให้ designerใช้ พอ iphone ออกมา เขาไม่ได้บังคับว่า คุณต้องมี mac ถึงใช้ iphone ได้ apple ไม่ได้สร้างสิ่งใหม่ แต่เอาสิ่งเดิมที่มีอยู่มาย่อส่วน คนที่เคยใช้macอยู่ก่อนก็ไม่คิดอะไร เห็นหน้าตามันเหมือนกัน คงไม่ต้องไปเรียนรู้อะไรใหม่ก็ลองใช้ดู พอipad ออกมามันก็ใช้งานได้เหมือน mac คนก็คิดแค่ว่า เออดีขี้เกียจแบกคอม เอาเครื่ิองนี้ไปใช้แทนก็ได้ ก็ซื้อ ทำไปทำมากลายเป็นว่าซื้อแบบครบวงจร เป็นสาวกไปเลยแบบไม่รู้ตัว...พอคนที่เพิ่งหัดใช้ iphone เห็นคนกลุ่มนี้เค้ามีครบ ก็อยากได้บ้าง apple ไม่ได้ยัดเยียด คุณจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ใช้ได้เหมือนกัน แต่คนอื่นเค้ามี...อ๊ะ กลายเป็นว่าคุณนั้นเองที่อยากมี พูดอย่างง่ายๆ คุณใช้แล้วมีความสุข คุณใช้เพราะมันประศูนย์กลางระหว่าง คุณ กับหลายๆอย่าง รู้แล้วใช่มั้ยว่าทำไม มันถูกเรียกว่า universal+....... BoUstudio

Friday, February 10, 2012

Artttttttttttt..........

ไอ้การจะเป็น ติ้ส เด็กอาร์ต หรือเด็กแนวเนี้ย มันต้องเป็นโดยสายเลือด เป็นโดนสัญชาติญาณ แบบ born to be มันจะเป็นธรรมชาติของที่สุด แต่พวกที่เป็นเพราะแฟชั่น ดาราดัง ดูแล้วเท่ห์ อยากให้คนมาสนใจ สาวๆเห็นแล้วกรี้ด แบบนั้นมันไม่ใช่ มัน Fake to be แบบนั้นมันจะเหนื่อย เพราะทุกอนุภาคนาโน รูขุมขนของคุณจะไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย ฮีโมโกลบิน ของคุณมันไม่ใช่ อาร์ต... ติ้ส ที่แท้ ต้องกล้าทำงานเพื่อนส่วนรวม ถ้าคิดว่างานนั้นดีจะทำไปโดยไม่สนใจเสียด้านลบ รอบข้าง...แหม้!!!!!....ไม่ต้องกลัวหร๊อก ว่าจะไม่หล่่อ ไม่ต้องรักษาภาพพจน์....เพราะความงาม ที่แท้จริงมันอยู่ข้างในใจเปรียบเสมือนเพชรแท้ ที่รอวันเจิดจรัสฉายแสง เพชรแท้ยังไงก็เป็นเพชรแท้ แต่ถ้าเพชรปลอมเนี้ย มันก็เป็นแค่ สิ่งสังเคราะห์ที่ทำให้ดูเหมือนมีค่า โดนสารเคมีมากๆเดี๋ยวก็ดำ....(เสียงในฟิล์ม แบบอาจารย์ เฉลิมชัย)

Wednesday, November 16, 2011

การให้เครดิตเจ้าของงาน...ที่คนไทยละเลย...


ผมกำลังคิดถึงเรื่องการให้เครดิตเจ้าของงาน...ที่คนไทยละเลย...

บางครั้งเนี้ยนักออกแบบหรือศิลปิน บางคนสร้างผลงานขึ้นมาโดยไม่หวังผลตอบแทนอะไร เขาสร้างขึ้นมาด้วยใจ และ ความรู้สึกที่อยากจะสร้างงานนั้นอย่างแท้จริง และ อยากเผยแพร่งานนั้นให้คนอื่นได้รับชม

บางครั้งแค่ การให้เครดิต การให้ที่มาก็เป็นกำลังใจได้มากต่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ที่นี้สิ่งที่ผมพบเจอมากับตัวในประเทศไทย คือ ประเทศไทย ส่วนใหญ่ ไม่ให้ความสำคัญกับการให้เครดิตสักเท่าไหร่ และที่แย่ไปกว่านั้น คือการ ดิสเครดิต (Dis-credit) คือการเอาชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงานออก แล้วนำมาเป็นผลงานตัวเอง ลักษณะแบบนี้จะเข้าข่ายการโจรกรรมผลงาน บางครั้งงานได้ที่ทำ และเผยแพร่ออกไป ก็ได้ใส่ชื่อเจ้าของผลงานลงไปด้วย ...ก็ยังมีคนมีดี เอาผลงานนั้น ไปลบชื่อ คนทำออก และนำไปเผยแพร่เอง
(ผมจะไม่พูดถึงเรื่องของการนำงานนั้นๆ ไปดัดแปลง) และบางครั้งผู้สร้างผลงาน ต้องถึงกับใส่ลายน้ำลงไปในภาพ (ทั้งๆที่ไม่อยากทำ) บางคนก็พยายามที่จะลบลายน้ำนั้นออกไป

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สร้างสรรค์ผลงาน หรือ ชื่นชมผลานคนอื่น คุณจะเข้าใจ และคิดว่า "เฮ้ย...งานนี้เจ๋งว่ะใครทำเนี้ย ชื่นชมผลงานจัง... หรือ คนที่ทำเขาก็ดีใจ... เฮ้ยมีคนชื่นชมผลงานเราขนาดนี้เหรอ..."
ในโลก ออนไลน์เวลาคุณชมผลงานในแต่ล่ะครั้ง เขาก็ไม่ได้เก็บ เงินคุณจริงมั้ยครับ...กับผลงานของคนธรรมดาทั้งไปที่ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ

ผมอยากจะฝากเอาไว้ว่า
จริงๆแล้วเนี้ย อยากให้ปลูกฝังค่านิยมตรงนี้ ว่า ถ้าคุณรู้ที่มาที่ไปของงาน ชิ้นหนึ่ง คุณควรที่จะบอกที่มา หรือให้เครดิตเขาซักนิดเถอะครับ  มันไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มและ มันจะเป็นกำลังใจแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานต่อไป...
สิ่งนี้อาจจะนำไปสู่ ค่านิยมในเรื่องของลิขสิทธิ์ ด้วย... แล้วคุณจะภูมิใจในสิ่งที่คุณได้ทำ

Wednesday, November 2, 2011

แอนิเมชันรู้ทัน ‘โรคไม่ติดต่อ’

แอนิเมชันรู้ทัน ‘โรคไม่ติดต่อ’

“ดูดบุหรี่มาสิบปีแล้วไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
“คืนนี้ไปกินเหล้ากันมั้ย”
“ออกกำลังไปก็เหนื่อย นอนอยู่บ้านสบายกว่า”
“ผักกินไปก็ไม่อิ่มท้อง กินเนื้ออร่อยกว่าเยอะ”

ประโยคพวกนี้อาจเคยหลุดออกจากปากคุณ แต่รู้ไม่ว่านั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของ...

โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง
โรคปอดเรื้อรัง

แล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง...

แผนงานเครือข่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ (กระทรวงสาธารณสุข) และ สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ จับมือกับ BIOSCOPE ชวนเหล่าแอนิเมเตอร์ไฟแรงส่งผลงานเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 1 แสนบาท ภายใต้โครงการ ‘แอนิเมชันรู้ทันโรคไม่ติดต่อ’ เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนวางแก้วเหล้า ทิ้งซองบุหรี่ แล้วสุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน

ใครสนใจส่งโครงเรื่องของแอนิเมชันความยาว 5 นาที, เรื่องย่อพร้อมสตอรี่บอร์ด 9 ช่อง, คาแร็กเตอร์ตัวละครหลัก รวมไปถึงผลงานแอนิเมชันที่เคยทำ มาที่ นิตยสาร BIOSCOPE 61 ซ.โชคชัย 4(20) ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 นี้เท่านั้น!

สมัครเป็นเดี่ยวหรือเป็นทีมก็ได้ (ไม่จำกัดจำนวนสมาชิกและอายุ)

ประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย (ได้รับทุนสนับสนุนคนละ 20,000 บาท) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2554 และประกาศผลผู้ชนะในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554

http://www.facebook.com/ncdanimation

Read More: http://www.portfolios.net/group/contests/forum/topics/30-11-2011-3#ixzz1cWOPxV33

Wednesday, October 26, 2011

รู้สู้ flood

หลายๆคนในช่วงน้ำท่วมนี้คงเป็นเหมือนๆกันคือ ไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลพูด บางครั้งรูปประโยคที่ใช้เป็นศัพท์ทางวิชาการเกินกว่าคนที่หาเช้ากินค่ำจะเข้าใจ ผมได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมผลิต animation รู้ สู้ flood เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่คนทั่วไปในเรื่องน้ำท่วม ทุกคนที่นี้ทำงานด้วยใจเกินร้อย...มีหลายๆคนถามผมมาเสมอว่า ใครจ้างไป ได้เงินเยอะมั้ย ผมขอบอกตรงนี้ว่า "เราทำกันด้วยใจครับ ไม่มีค่าจ้าง แล้วต้องออกเงินเองด้วย" แต่มันก็ออกมาได้ด้วยดี (ทำไมคนไทยชอบดราม่ากันเนี้ย 5555 ) ขอฝากผลงานไว้ นลณ ที่นี้ด้วยน่ะคร้าบบบ