Showing posts with label Creative. Show all posts
Showing posts with label Creative. Show all posts
Wednesday, July 25, 2012
Wednesday, June 20, 2012
มอง IT Thai ในมุมนักออกแบบ
จะว่าไปเมืองไทยกำลัง จะเข้าสู่การร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Econicmic Comunity) วงการ it ก็เป็นหนึ่งในกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการเกษตรกรรม...
แน่นอนว่าประเทศเราในวงการ it ก็ยังคงเป็นประเทศโลกที่สาม ในสายตาต่างชาติ เลือกที่จะมาตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนในไทย เอาไปตีตราต่างชาติ แล้วก็กลับมาขายคนไทย ด้วยราคาที่ตลาดโลกกำหนดมาแล้ว
หลายๆคนเคยบ่นกับผมเรื่องนี้ว่า "ต่างชาติมันเอาวัตถุดิบเมืองไทยไปราคาถูก เอาไปติดยี่ห้อแล้ว กลับมาขายในราคาแพง" ผมเลยชี้แจงกับเพื่อนแบบอุปมาอุปมัยไปว่า เวลาเราจะสร้างบ้านสักหลัง คนคนเดียวคงทำไม่สำเร็จ เมืองไทยก็เป็นหนึ่งในผู้สร้างบ้าน แต่เราเป็นเหมือนกรรมกร ค่าแรงขั้นต่ำ เราไม่มีสถาปนิิกเป็นของตัวเอง เราไม่มีวิศวกรเป็นของตัวเอง ประเทศเรายังด้อยเรื่องการสนับสนุนด้านการออกแบบ ทั้งๆที่คนของเราแข็งแกร่งมาก แต่เราใช้คนอย่าไม่รู้คุณค่า สักเท่าไหร่
ผมเคยคุยกับวงการธุรกิจ it ในต่างประเทศมามากพอสมควร แต่เขากลับมองเมืองไทยว่า เมืองไทยมีทรัพยากรบุคคลด้านการออกแบบที่ดีมาก แต่ทำไมเมืองไทยไปให้ค่าความสำคัญกับโปรแกรมเมอร์มากเกินเหตุ...(หมายถึงเน้นไปทางรับจ้างผลิตมากกว่าทางคิดที่จะออกแบบเอง) ทั้งๆที่เราควรจะพลักดันนักออกแบบด้วย... ด้วยเหตุนี้ต่างชาติหลายบริษัทได้เล็งเห็น หลายท่านบอกกับผมว่า นักออกแบบเมืองไทยเก่งมาก เขาจึงต้องมาเปิดแผนกออกแบบที่ไทย แล้วใช้ โปรแกรมเมอร์ต่างชาติ (แต่รายได้เข้าบริษัทต่างชาติ) "ถ้าว่ากันตามจริง โปรแกรมเมอร์เมืองไทย โดยรวมยังสู้ต่างประเทศไม่ได้หรอก... ถึงจะมีก็น้อยและค่าตัวแพงเกินไป ถ้าเทียบกันแล้วเรายอมจ้าโปรแกรมเมอร์จากอินเดียที่ได้ประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ค่าใช้จ่ายหายไปเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว" ;CEO singapore digital media
(พูดแบบนี้ ท่านโปรแกรมเมอร์ทั้งหลายอย่าเพิ่งน้อยใจ เดี๋ยวจะมี drama ตามมาอีก)
ผมได้ลองศึกษาดูประเทศเพื่อนบ้างต่างๆ ผมพบว่าประเทศไต้หวันก็เริ่มมาจากการเป็นกรรมกร it นี้แหละรับจ้างผลิต จนปัจจุบันเค้าได้เน้นเรื่องการออกแบบ มากขึ้นจนสินค้า brand สินค้า taiwan เป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก....คือ เขาผลิตเองได้ ตั้งแต่ชิ้นส่วน วิศวกรรมที่ดี และมีการออกแบบที่ดี การตลาดที่ดี เชื่อเถอะว่าเวลาคนซื้อสินค้าต่างๆ เว้บ!! แรกที่คนจะตัดสินใจคือรูปลักษณ์ภายนอก แล้วค่อยมาดูภายใน....
เวลาคุณซื้อมือถือ สิ่งแรกที่จะดึงดูดสายตาคนได้เลย คือ "สวย" ข้อต่อมาคือ ฟังก์ชั่นการใช้งาน
แต่การทำงานในเมืองไทยเท่าที่ผมประสบมาก็คือ เขาใช้โปรแกรมเมอร์ เป็นคนออกแบบ ซึ่งออกมาก็ถูลู่ถูกัง หาความสวยไม่ได้เลย ไอที่ดูดีก็เหมือนจะไปลอกเขามา ไปเลียนแบบเขามา ซึ่งไม่มีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเท่าไหร่...น้อยบริษัท ที่จะมีนักออกแบบดีๆ ทำงาน ที่น่าน้อยใจที่รายได้นักออกแบบเมืองไทยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ในขณะที่โปรแกรมเมอร์เงินเดือนสูงลิ่ว.... และน้อยบริษัท ที่จะมีนักออกแบบทำงานได้เข้าขากับ โปรแกรมเมอร์….. ยกตัวอย่างเช่น
เวลามีโปรเจค ออกแบบ website หรืออะไรต่างๆ แน่นอนว่าลูกค้าที่เปิดเว็บไซต์ดูนั้น เขาไม่มีทางเห็น code ที่คุณเขียนว่าซับซ้อนเพียงไหน... เขาจะเห็นเพียงแค่หน้าตาภายนอก ว่ามันสวยดึงดูดใจ ใช้งานง่าย เวลานักออกแบบได้สร้างสรรค์สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อที่จะดึงดูดสายตาหรือ impact คนดูนั้น เวลาสรุปงานเราจะพบ programmer หลายท่านบอกว่า
"โอ้ย...ยากไม่ทำหรอก เปลี่ยนนั้นได้มั้ย ทำนี้ได้มั้ย" (มันอาจจะไม่ได้เป็นทุกที่ แต่ส่วนใหญ่จะเจอ) น้อยที่นักจะเจอแบบว่าโอ้ มันท้าทายส่งมาเลยผมชอบ... ไม่ใช่วิสัยของโปรแกรมเมอร์ไทย ที่ผมรู้จักแน่ๆ ทีนี้เราต้องรักษาสมดุลระหว่างงานออกแบบ กับส่วนโปรแกรมให้ได้ ให้มันไปในทางเดียวกันได้
ที่ผมกล่าวมาผมไม่ได้ว่าจะน้อยใจ หรือลำเอียงเพราะผมเป็นนักออกแบบแต่อย่างใด …. เพียงแต่ว่า การเปิดเสรีอาเซียน เราจะต้องแข่งกับประเทศที่พร้อมกว่าในหลายๆด้าน โดยเฉพาะด้านภาษา หากเราไม่พัฒนาตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่เราจะตกไปอยู่รั้งท้าย และตกที่นั่งลำบาก
ซึ่ง ณ ปัจจุบันเราแยก IT ว่าเป็นเรื่องของ วิศวกรรม และเทคโนโลยี แต่จริงๆแล้ว IT หรือ INFORMATION TECHNOLOGY มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา มันคือผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา ซึ่งถ้าเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับสุนทรียะและการออกแบบที่จะใส่ลงไป มันก็คล้ายๆกับการกินข้าวเปล่า ซึ่งแทบไม่มีรสชาดอะไรเลย...และท้ายนี้ของให้ใช้ technology ในทางสร้างสรรค์ครับ
Wednesday, May 2, 2012
WACOM INKLING
ต่อไปนี้เวลาเราวาด idea อะไรลงสมุดจด ไม่ต้องเสียเวลา ทำใหม่หรือ scan แล้ว เพราะเจ้า ...Wacom Iinking นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก WACOM
เอาเป็นว่าครั้งแรกที่ผมเห็นตัวนี้ ผมแอบอุทานออกมาว่า "Shut up and take my money"
คือมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างตอบโจทย์คนที่ชอบออกไปคิดงานข้างนอก office แล้วพกสมุดโน้ตไปอันนึงคิดอะไรออกก็วาดลงบนสมุด... คล้ายๆเหมือนกับ Digital white board ที่บันทึกทุกสิ่งที่เราเขียนลงไปบนสมุดแต่สิ่งที่แตกต่างมันก็คือ
- เราจะได้ไฟล์เป็น .PSD ที่แยกLayer ได้
แค่เพียงเสียบเจ้า Inking ไว้บนสมุดบันทึกของคุณ แล้ววาดๆๆ เขียนๆๆ และปล่อยจิตนาการของคุณ ก็พอ.... หลังจากนั้น ก็นำไปต่อกับคอมพิวเตอร์ ด้วยสาย USB ง่ายดายเลยทีเดียว
จริงๆก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก เพราะวิดีโอมันตอบทุกอย่างอยู่แล้ว...แต่ก็ผมอยากจะพูด(555)
เผื่อไว้สำหรับคนที่ไม่อยากจะเปิดวิดีโอ...
ตัวนี้เนี้ย ตอนนี้มีวางจำหน่ายเฉพาะใน อเมริกา ราคา $199 ก็ประมาณ 6,000 บาท
อาจจะต้องรออีกสักพักใหญ่ๆกว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการทั่วโลก
ยังไงก็ลองเชิญชมวิดีโอกันก่อนเน้อ
Saturday, March 31, 2012
กิจกรรม Business Networking ตอน “ท่องยุทธภพการ์ตูน – กราฟิก – อนิเมชั่น”
ผมเชื่อเสมอมาว่า การเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ความสามารถสูงอย่างเดียวคงไม่พอ หากไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดี
เริ่มต้นมาก็drama ซ่ะแล้ว 555
Ok เรามาเปิดยุทธภพ ของนักออกแบบกันต่อ
สืบเนื่องมาจากตัวข้านี้ได้สำเร็จวิชา photoshop หมื่นลี้ อร้าย!!!! ไม่ใช่ เนื่องจากว่าผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปใช้งาน TCDC เป็นประจำ และ สัปดาห์นี้ได้มีการจัดงานขึ้นมางานหนึ่ง รายล่ะเอียดของงานก็คือ
"ร่วมชื่นชมผลงานสร้างสรรค์จากเหล่านักวาดการ์ตูน นักทำภาพประกอบ นักออกแบบคาแรกเตอร์และอนิเมชั่น ที่ร่วมเขย่ายุทธภพ “กราฟิกอนิเมชั่น” ในนิทรรศการขนาดย่อม (The Showcase)
กิจกรรม Business Networking ตอน “ท่องยุทธภพการ์ตูน – กราฟิก – อนิเมชั่น”
29 – 31 มีนาคม 2555
ณ โถงทางเข้า TCDC, ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม
ส่วนรายละเอียดเข้าไปดูได้ที่นี้
http://article.tcdcconnect.com/events/business-networking-2012-comic
เรามาต่อ เข้าเรื่อง พอผมเห็นปั้ปไม่ลังเล รีบไปค้นงานเก่าๆ ออกมาเตรียมส่ง ทางเจ้าหน้าที่บอกให้เราส่งงานเจ๋งๆเข้าไป พอเตรียมจะส่งเท่านั้น แย่แระ งานบางตัวเจ๋งมาก แต่เอาออกงานไม่ได้ เพราะดันมีลิขสิทธิ์ที่เราเคยเซ็นไว้ให้ต้นสังกัด โขกหัวตัวเองอีกสามที สุดท้ายก็เลือกงานสมัยเป็นนักเรียนส่งไปจนได้...แล้วทาง TCDC ก็ติดต่อกลับมาว่า เราได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดง (กร้ากกก...ดีใจ แต่เก็บอาการ) พอถึงวันงานในวันศุกร์ สิ่งแรกที่ทำคือเดินดุ่ยๆเข้าไปหางาน ของตัวเอง "งานหนูอยู่ไหนหว่า..." หาไปพักใหญ่ๆเหมือนกันถึงจะเจอ เพราะถูกเลือกเป็นงาน animation พอเห็นงานตัวเองแล้วก็ "arhhh!!! Fin" งานสมัยเมื่อ 6 ปีก่อนของข้าเจ้าออกสู่สายตาชาวไทยแล้ว (ทำไว้นานมากกก) (ได้ออกรายการ แบไต๋ ไฮเทค ด้วย อิอิ)
เรามาเข้างานกันต่อ งานวันศุกร์ที่ผ่านมาจะเป็นการพูดคุยของวงการ platform toy (เหมือน kidsrobot หรือ munnie ทางฝั่งอเมริกา)
อืม วิทยากรทั้งหมด 4ท่าน ได้แก่ ("lucky that i understand Singaporean english larhhhh...." )
- Luk Chee Chew (CEO) เจ้าของผลงาน dweey หมาน้อย
- Lisa Lee (น่ารักมากมาย) กับงาน liselle
- Andy Heng blogger "toysrevil" เขานี้และครับที่ทำให้ผมกลับมาเขียน blog อีกรอบหลังจากไปกระจุกอนู่ในเฟสบุค อยู่นาน
- ณภัทร พรหมพฤกษ์ (CEO) กับงาน CE toys (ผมส่งเข้าประกวดเหมือนกันน่ะแต่ตกรอบ แง้ว)
วันนี้(วันเสาร์)ยังไปร่วมงาน ไปฟังยังทันน่ะครับ
ใครที่สามารถไปร่วมงานได้แนะนำให้ไปกันน่ะครับ ผมให้เหตุผลง่ายว่า
1. คุณไม่สามารถเจอวิทยากรเหล่านี้ได้ง่ายๆตามท้องถนน หรืออาจจะไม้มีโอกาสได้เจอเลย
2. ฟรี!!! ชัดมาก
เริ่มต้นมาก็drama ซ่ะแล้ว 555
Ok เรามาเปิดยุทธภพ ของนักออกแบบกันต่อ
สืบเนื่องมาจากตัวข้านี้ได้สำเร็จวิชา photoshop หมื่นลี้ อร้าย!!!! ไม่ใช่ เนื่องจากว่าผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าไปใช้งาน TCDC เป็นประจำ และ สัปดาห์นี้ได้มีการจัดงานขึ้นมางานหนึ่ง รายล่ะเอียดของงานก็คือ
"ร่วมชื่นชมผลงานสร้างสรรค์จากเหล่านักวาดการ์ตูน นักทำภาพประกอบ นักออกแบบคาแรกเตอร์และอนิเมชั่น ที่ร่วมเขย่ายุทธภพ “กราฟิกอนิเมชั่น” ในนิทรรศการขนาดย่อม (The Showcase)
กิจกรรม Business Networking ตอน “ท่องยุทธภพการ์ตูน – กราฟิก – อนิเมชั่น”
29 – 31 มีนาคม 2555
ณ โถงทางเข้า TCDC, ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม
ส่วนรายละเอียดเข้าไปดูได้ที่นี้
http://article.tcdcconnect.com/events/business-networking-2012-comic
เรามาต่อ เข้าเรื่อง พอผมเห็นปั้ปไม่ลังเล รีบไปค้นงานเก่าๆ ออกมาเตรียมส่ง ทางเจ้าหน้าที่บอกให้เราส่งงานเจ๋งๆเข้าไป พอเตรียมจะส่งเท่านั้น แย่แระ งานบางตัวเจ๋งมาก แต่เอาออกงานไม่ได้ เพราะดันมีลิขสิทธิ์ที่เราเคยเซ็นไว้ให้ต้นสังกัด โขกหัวตัวเองอีกสามที สุดท้ายก็เลือกงานสมัยเป็นนักเรียนส่งไปจนได้...แล้วทาง TCDC ก็ติดต่อกลับมาว่า เราได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแสดง (กร้ากกก...ดีใจ แต่เก็บอาการ) พอถึงวันงานในวันศุกร์ สิ่งแรกที่ทำคือเดินดุ่ยๆเข้าไปหางาน ของตัวเอง "งานหนูอยู่ไหนหว่า..." หาไปพักใหญ่ๆเหมือนกันถึงจะเจอ เพราะถูกเลือกเป็นงาน animation พอเห็นงานตัวเองแล้วก็ "arhhh!!! Fin" งานสมัยเมื่อ 6 ปีก่อนของข้าเจ้าออกสู่สายตาชาวไทยแล้ว (ทำไว้นานมากกก) (ได้ออกรายการ แบไต๋ ไฮเทค ด้วย อิอิ)
เรามาเข้างานกันต่อ งานวันศุกร์ที่ผ่านมาจะเป็นการพูดคุยของวงการ platform toy (เหมือน kidsrobot หรือ munnie ทางฝั่งอเมริกา)
อืม วิทยากรทั้งหมด 4ท่าน ได้แก่ ("lucky that i understand Singaporean english larhhhh...." )
- Luk Chee Chew (CEO) เจ้าของผลงาน dweey หมาน้อย
- Lisa Lee (น่ารักมากมาย) กับงาน liselle
- Andy Heng blogger "toysrevil" เขานี้และครับที่ทำให้ผมกลับมาเขียน blog อีกรอบหลังจากไปกระจุกอนู่ในเฟสบุค อยู่นาน
- ณภัทร พรหมพฤกษ์ (CEO) กับงาน CE toys (ผมส่งเข้าประกวดเหมือนกันน่ะแต่ตกรอบ แง้ว)
วันนี้(วันเสาร์)ยังไปร่วมงาน ไปฟังยังทันน่ะครับ
ใครที่สามารถไปร่วมงานได้แนะนำให้ไปกันน่ะครับ ผมให้เหตุผลง่ายว่า
1. คุณไม่สามารถเจอวิทยากรเหล่านี้ได้ง่ายๆตามท้องถนน หรืออาจจะไม้มีโอกาสได้เจอเลย
2. ฟรี!!! ชัดมาก
นิทรรศการภายในงาน
เล่มต่อไปผมเป็นคนเขียนน่ะคร้าบ ตอนนี้กำลังตรวจ proof final อยู่ อิอิ....
Wednesday, November 16, 2011
การให้เครดิตเจ้าของงาน...ที่คนไทยละเลย...
ผมกำลังคิดถึงเรื่องการให้เครดิตเจ้าของงาน...ที่คนไทยละเลย...
บางครั้งเนี้ยนักออกแบบหรือศิลปิน บางคนสร้างผลงานขึ้นมาโดยไม่หวังผลตอบแทนอะไร เขาสร้างขึ้นมาด้วยใจ และ ความรู้สึกที่อยากจะสร้างงานนั้นอย่างแท้จริง และ อยากเผยแพร่งานนั้นให้คนอื่นได้รับชม
บางครั้งแค่ การให้เครดิต การให้ที่มาก็เป็นกำลังใจได้มากต่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ต้องมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
ที่นี้สิ่งที่ผมพบเจอมากับตัวในประเทศไทย คือ ประเทศไทย ส่วนใหญ่ ไม่ให้ความสำคัญกับการให้เครดิตสักเท่าไหร่ และที่แย่ไปกว่านั้น คือการ ดิสเครดิต (Dis-credit) คือการเอาชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงานออก แล้วนำมาเป็นผลงานตัวเอง ลักษณะแบบนี้จะเข้าข่ายการโจรกรรมผลงาน บางครั้งงานได้ที่ทำ และเผยแพร่ออกไป ก็ได้ใส่ชื่อเจ้าของผลงานลงไปด้วย ...ก็ยังมีคนมีดี เอาผลงานนั้น ไปลบชื่อ คนทำออก และนำไปเผยแพร่เอง
(ผมจะไม่พูดถึงเรื่องของการนำงานนั้นๆ ไปดัดแปลง) และบางครั้งผู้สร้างผลงาน ต้องถึงกับใส่ลายน้ำลงไปในภาพ (ทั้งๆที่ไม่อยากทำ) บางคนก็พยายามที่จะลบลายน้ำนั้นออกไป
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สร้างสรรค์ผลงาน หรือ ชื่นชมผลานคนอื่น คุณจะเข้าใจ และคิดว่า "เฮ้ย...งานนี้เจ๋งว่ะใครทำเนี้ย ชื่นชมผลงานจัง... หรือ คนที่ทำเขาก็ดีใจ... เฮ้ยมีคนชื่นชมผลงานเราขนาดนี้เหรอ..."
ในโลก ออนไลน์เวลาคุณชมผลงานในแต่ล่ะครั้ง เขาก็ไม่ได้เก็บ เงินคุณจริงมั้ยครับ...กับผลงานของคนธรรมดาทั้งไปที่ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ
ผมอยากจะฝากเอาไว้ว่า
จริงๆแล้วเนี้ย อยากให้ปลูกฝังค่านิยมตรงนี้ ว่า ถ้าคุณรู้ที่มาที่ไปของงาน ชิ้นหนึ่ง คุณควรที่จะบอกที่มา หรือให้เครดิตเขาซักนิดเถอะครับ มันไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มและ มันจะเป็นกำลังใจแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงานต่อไป...
สิ่งนี้อาจจะนำไปสู่ ค่านิยมในเรื่องของลิขสิทธิ์ ด้วย... แล้วคุณจะภูมิใจในสิ่งที่คุณได้ทำ
Monday, October 3, 2011
Creativites Unfold, Bangkok 2011
จบลงด้วยดี กับการสัมนาแบบมาราธอน ของการชุมนุมทางความคิด ที่จัดขึ้น โดย TCDC ระหว่างวันที่ 18 กันยายน - 3ตุลาคม 2554..... ที่ต้องบอกว่า มาราธอนเพราะ เข้าเกือบทุกงานเลย เอากันให้สลบกันไปข้างนึง....แต่เมื่อวาน สัมนาเสร็จกลับไปสลบจริงๆ น่ะ..
ก็รู้สึกดีน่ะ ที่ได้เจอคนที่เก่งๆ ที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอเพราะคนเหล่านี้เข้าถึงยาก... จะเดินดุ่ยๆเข้าไปถามถึงในออฟฟิสแบบชีวิตประจำวันไม่ได้หรอก เขาจะถีบเราออกมาได้ง่ายๆ... เพราะมีงานนี้ขึ้นมาเราถึงได้ ล้วงลับตับแตกเข้าไปถึงกึ๋นความคิด บางคนถึงกับได้รู้จุดยืนของตัวเองว่าจะไปทางไหนต่อ... ส่วนบางคนก็ยังสับสนเหมือนเดิม เพราะ อันนู้นก็ใช่ อันนี้ก็ชอบ...อ้ากกกกกกก..... และที่สำคัญ มันเป็นการสัมนาที่เป็นกันเอง และการร่วมทำ Workshop ที่ฮาแตก กับ studio ต่างๆ..ปล่อยจินตนาการได้เต็มที่ ไม่เชื่อลองจินตนาการดู สิ..มีที่ไหนให้ออกแบบ แมว มีผิวเป็นแมลงทับ ที่เดินเหมือนกุ้ง .... ส่วนไอ้คนแสดงเป็นแมว กุ้งก็ทำไปได้.... อันนี้ผมไม่รู้จักเขาคนนั้นเป็นการส่วนตัวเลยจริงๆ 555การสัมนาที่รวม เอากว่า 33 studio มารวมกัน และเป็นระยะเวลา ยาวนานขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นน่ะ ขนาดว่าโตเมืองนอกเมืองนา ยังเห็นแค่แบบว่า เป็นเวลาสั้นๆ พูดกันคนละนิดคนล่ะหน่อย อันนี้ล่่อซ่ะ information แทบ Overload ..... เดี๋ยวมาเขียนต่อ...ขอเรียบเรียงรูปก่อน
Subscribe to:
Posts (Atom)




